ปลูกตะไคร้ ป้อนตลาดทั้งในและต่างประเทศ ส่งออกปีละไม่ต่ำกว่า 50 ตัน
ReadyPlanet.com
dot
โปรโมชั่นประจำเดือน
bulletโปรโมชั่นประจำเดือน
bulletสินค้าแนะนำ
bulletเข้าสู่ระบบ
bulletสมัครสมาชิก
การรับประกันสินค้า
dot
ตระกร้าสินค้า
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
dot
ค้นหาสินค้า

ราคาสินค้า
หมวดสินค้า

  [Help]
dot
dot
อีเมล์

dot
ติดตามช่อง youtube channel
หมวดสินค้า
เครื่องยนต์อเนกประสงค์
เครื่องตัดหญ้า
เครื่องพ่นยา
เครื่องปั่นไฟ
ปั๊มน้ำ เครื่องสูบน้ำ
เครื่องตัดแต่งกิ่งไม้
เครื่องเจาะดิน
ปั๊มลม
เครื่องยิงตะปู
ตู้เชื่อมไฟฟ้า
เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง
เครื่องดูดฝุ่น
เครื่องมือช่าง
เครื่องมือฮาร์ดแวร์
แม่แรงยกรถ
เครื่องพ่นสี
เครื่องมือการเกษตร
เครื่องหยอดเมล็ด
เอ็นตัดหญ้า กระปุกเอ็นตัดหญ้า
ใบตัด ใบเจียร
สินค้าอื่นๆ
line id @vigotech
แจ้งชำระเงิน
โปรโมชั่นประจำเดือน
clinton
กิจกรรมของบริษัท
วีดีโอการใช้งาน
รีวิวสินค้าจากลูกค้า
ข่าวเกี่ยวกับเกษตรกรรม
ขนส่งเคอรี่ kerry
bulletเงื่อนไขการรับประกันสินค้า
คู่มือการใช้งานเครื่องพ่นยาสะพายหลังแบตเตอรี่และมือโยก


เครื่องมือการเกษตรและอุปกรณ์การเกษตร


ปลูกตะไคร้ ป้อนตลาดทั้งในและต่างประเทศ ส่งออกปีละไม่ต่ำกว่า 50 ตัน article
 

ช่วยกดแชร์ด้วยนะคะ

 ไร่ชมจันทร์...ปลูกตะไคร้ ป้อนตลาดทั้งในและต่างประเทศ
พืชเครื่องเทศที่ไม่ธรรมดา...แค่ส่งออกปีละไม่ต่ำกว่า 50 ตัน

(ตอนนี้ไร่ชมจันทร์พัฒนาไปมาก มีครบทั้ง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไปดูที่เฟส ตะไคร้ ไร่ชมจันทร์นะคะ อันนี้หนึ่งสัมภาษณ์มานานล่ะ ยังไม่ได้ไปอีกเลยค่ะ)

หากพูดถึงตะไคร้ แน่นอนว่าต้องนึกถึง ตะไคร้ ไร่ชมจันทร์ ซึ่งมีการปลูกตะไคร้ส่งบริษัทส่งออกมานานเกือบ 10 ปี คุณอุไรวรรณ แก้วปาน เจ้าของไร่ตะไคร้ชมจันทร์ อดีตพนักงานบริษัทที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ก้าวมาสู่อาชีพนี้ เธอเล่าว่า เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้วญาติที่ทำนามานานจนสภาพดินเสื่อมโทรม ปลูกข้าวก็ไม่ได้ผลดีจึงยอมทิ้งที่ดินแปลงนี้ ด้วยความเสียดายจึงคิดว่าจะหาพืชอะไรมาปลูกดีบนสภาพดินที่เสียขนาดนี้ หลังจากศึกษาข้อมูลแล้วก็มาลงตัวที่ตะไคร้ เธอจึงพลิกที่นายกร่องมาเป็นสวนเพื่อปลูกตะไคร้ 5 ไร่ ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าจะเอาไปขายที่ไหน ประมาณเดือนเศษก่อนตะไคร้จะได้ตัดเธอลองไปลงประกาศทางอินเตอร์เน็ตดู โชคเข้าข้างเธออย่างมากเพราะมีบริษัทส่งออกติดต่อเข้ามาเพื่อขอซื้อตะไคร้นำไปบดเป็นผงเพื่อส่งออกไปประเทศแถบยุโรป ตอนนั้นเธอขายตะไคร้ในราคากิโลกรัมละ 6 บาท โดยขายยกทั้งกอเลย เธอเห็นเม็ดเงินจากตะไคร้พืชที่เธอแทบไม่ได้หวังผลตอบแทนมากมายนัก

ปีต่อมาคุณอุไรวรรณขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นเป็น 15 ไร่ ป้อนให้กับบริษัทเดิมด้วยความมั่นใจในตลาด และลองไปประกาศขายตะไคร้ในอินเตอร์เน็ตเหมือนเดิมเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย แล้วก็มีบริษัทส่งออกติดต่อเข้ามาซื้ออีก คราวนี้ซื้อต้นตะไคร้เพื่อป้อนให้กับร้านอาหารไทยในต่างประเทศ โดยบริษัทมีการประกันราคารับซื้อและขายได้ราคาสูงขึ้น คุณอุไรวรรณเริ่มมองเห็นโอกาสทางการตลาดของตะไคร้พืชที่หลายคนมองว่าธรรมดาเหมือนที่เธอเองก็เคยมองแบบนั้นเช่นกัน

ปีที่ 3 หลังจากมั่นใจในตลาดคุณอุไรวรรณตัดสินลาออกจากงานพร้อมกับลุยตะไคร้เต็มตัว ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มเป็น 20 ไร่ ปีต่อมานอกจากปลูกเองแล้วก็เริ่มประกาศหาลูกไร่เข้ามาร่วมโครงการกับเธอด้วย โดยจำกัดพื้นที่ในเขตสุพรรณบุรีเป็นหลักเนื่องจากใกล้บ้านและสะดวกในการดูแลและขนส่งตะไคร้ ในแต่ละปีคุณอุไรวรรณจะส่งผลผลิตตะไคร้ให้กับบริษัทส่งออก 2 แห่งนี้ประมาณ 40-50 ตัน โดยมีพื้นที่ปลูกของเธอเอง 25 ไร่ และพื้นที่ปลูกของลูกไร่อีก 40 ไร่ อยู่ในเขต อ.อู่ทองและศรีประจันต์

การปลูกตะไคร้ป้อนบริษัทนั้นคุณอุไรวรรณจะไปรับออร์เดอร์มาก่อน จากนั้นก็จะวางแผนการปลูกเพื่อให้มีตะไคร้ป้อนตลาดในช่วงที่ต้องการ คุณอุไรวรรณบอกว่าตลาดต่างประเทศจะต้องการตะไคร้มากในช่วงเดือน พ.ย.-เม.ย. และช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ตะไคร้ราคาสูง ปีที่แล้วเกิดปัญหาน้ำท่วมราคาตะไคร้พุ่งไปถึง 30 บาท/กก.เลยทีเดียว แต่โดยปกติแล้วราคาตะไคร้จะอยู่ที่ประมาณ 15 บาท/กก. สเปกของตะไคร้ส่งออกจะต้องเป็นตะไคร้ต้นใหญ่ สมบูรณ์ ขาว คอไม่ดำ ไม่มีร่องรอยของโรค-แมลงทำลาย ความยาวของต้น 13-14 นิ้ว ส่วนราคาตะไคร้ในประเทศทั่วไปจะอยู่ที่ 8-9 บาท/กก. ช่วงฝนตะไคร้จะราคาค่อนข้างถูก พอช่วงแล้งตะไคร้ก็จะมีราคาแพง 12-13 บาท/กก. ดังนั้นการปลูกตะไคร้ให้ได้ราคาดีก็ต้องวางแผนการปลูกให้ตะไคร้เก็บเกี่ยวได้ในช่วงราคาแพง

ตะไคร้ที่นิยมปลูกกันทั่วไปจะมี 3 สายพันธุ์ ตะไคร้ที่ชาวสวนนิยมปลูกป้อนตลาดในบ้านเราจะเป็นตะไคร้หยวกกับพันธุ์กาบแดง ซึ่งทั้ง 2 พันธุ์มีข้อดีคือปลูกได้ทั้งปี ต้นใหญ่ แต่อายุเก็บเกี่ยวนาน พันธุ์หยวกใช้เวลา 7 เดือน พันธุ์กาบแดงก็ 6-7 เดือน ผลผลิตประมาณ 2 ตัน/ไร่ ส่วนพันธุ์เกษตรที่คุณอุไรวรรณปลูกนั้นข้อดีคือ เก็บเกี่ยวได้เร็ว 4-5 เดือนก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว น้ำหนักดี 3 ตัน/ไร่ แต่ข้อเสียก็คือช่วงฝนตะไคร้ลำต้นมักจะเป็นปล้องเหมือนปล้องอ้อย ขายไม่ได้ราคา ตลาดไม่ต้องการ วิธีการแก้ปัญหานี้ก็คือ ปลูกช่วงฝนเพื่อให้ตะไคร้ไปเก็บเกี่ยวช่วงแล้งซึ่งก็จะเป็นช่วงที่ตลาดมีความต้องการสูงและราคาดี

ไร่ชมจันทร์นอกจากปลูกตะไคร้เพื่อป้อนตลาดแล้ว ยังจำหน่ายพันธุ์ตะไคร้ด้วย โดยจำหน่ายทั้ง 3 สายพันธุ์ ราคาแตกต่างกันไป พันธุ์เกษตรราคา 15 บาท/กก. พันธุ์หยวก 14 บาท/กก. พันธุ์เกษตร 15 บาท/กก. เป็นต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพดี รับประกันตรงตามสายพันธุ์ โดยตะไคร้ที่นำมาทำพันธุ์นี้ก็จะเป็นตะไคร้อายุ 4-5 เดือนซึ่งเหมาะสมสำหรับการทำพันธุ์ โดยที่นี่จะมีแปลงผลิตต้นพันธุ์แยกจากแปลงที่ผลิตต้นขาย ซึ่งนอกจากขายต้นพันธุ์แล้วคุณอุไรวรรณยังให้คำแนะนำวิธีการปลูกรวมไปถึงแนะนำตลาดรับซื้อตะไคร้ให้ด้วย คุณอุไรวรรณบอกว่าตลาดตะไคร้นั้นกว้างมากเพียงแต่เกษตรกรไม่เคยรู้ ตลาดใหญ่ก็คือโรงงานผลิตพริกแกงต่างๆ โรงงานผลิตบะหมี่ซึ่งมีปริมาณการสั่งซื้อเยอะมาก คุณอุไรวรรณเคยไปติดต่อเหมือนกันแต่ไม่สามารถปลูกป้อนให้กับโรงงานได้เนื่องจากกำลังการผลิตไม่เพียงพอ นอกจากนี้ตลาดที่บริโภคต้นสดรวมถึงตลาดแปรรูปเป็นอาหารเพื่อสุขภาพก็มีความต้องการสูงเช่นกัน

สำหรับเทคนิคการปลูกแลดูแลตะไคร้ของไร่ชมจันทร์นั้นคุณอุไรวรรณบอกว่า การปลูกตะไคร้ควรจะยกร่องปลูก ระยะปลูกที่เหมะสม ถ้าเป็นช่วงฝนควรปลูกห่างใช้ระยะ 70x70 ซม. เพราะช่วงฝนโอกาสเกิดความชื้นสูงและเกิดโรคได้ง่าย ต้องปลูกห่างเพื่อให้แปลงโปร่ง ระบายอากาศได้ดี ถ้าเป็นช่วงแล้งควรปลูกถี่เพื่อรักษาความชื้นในแปลง ช่วยประหยัดการให้น้ำ ควรใช้ระยะ 50x50 ซม. หรือ 60x60 ซม.พื้นที่ 1 ไร่ จะใช้ต้นพันธุ์ประมาณ 250 กก. ปลูกหลุมละ 3 ต้น เพราะต้องเผื่อต้นที่ตายไว้ด้วย

หลังปลูก 1 เดือนเริ่มให้ปุ๋ย พื้นที่ 1 ไร่ ใช้ 25-7-7 อัตรา 10 กก. ผสมปุ๋ยอินทรีย์ 20 กก. เดือนที่ 2 ให้ปุ๋ยสูตรเดิมอัตราเดิม เดือนที่ 3 เปลี่ยนมาใช้สูตร 16-16-16 อัตรา 10 กก.ผสมปุ๋ยอินทรีย์ 20 กก. ส่วนการให้น้ำจะมีทั้งแปลงที่ทำระบบร่องสวนซึ่งก็จะใช้เรือรดน้ำวิ่งเข้าไปในร่องน้ำเหมือนสวนยกร่องทั่วไป ส่วนแปลงพื้นที่ดอนหรือพื้นที่ราบจะติดตั้งระบบสปริงเกลอร์ ให้น้ำทุก 7 วัน ช่วงฝนไม่ต้องให้น้ำเพราะฝนตกอยู่แล้ว ส่วนสารเคมีไม่ได้ใช้เพราะปกติตะไคร้ก็มีศัตรูน้อยอยู่แล้ว

ตะไคร้เป็นพืชที่ดูแลง่าย พื้นที่ปลูกตะไคร้ 25 ไร่ที่ปลูกไว้ก็ดูแลกันเองในครอบครัวประมาณ 4-5 คน แต่ช่วงวันที่ตัดตะไตรต้องจ้างแรงงานเพิ่ม อย่างตัดตะไคร้ 1 ตันต้องใช้ทั้งหมดประมาณ 10 คน เพื่อเข้าไปตัดในแปลง ตัดใบ ลอกกาบ ตกแต่งให้สวยงามก่อนบรรจุลงถุง
ตะไคร้ยังคงเป็นพืชที่มีอนาคตทางการตลาดที่ดีและเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนที่ดี การดูแลก็ต่ำ คุณอุไรวรรณมองว่าตลาดตะไคร้มีแต่จะเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆทั้งตลาดบริโภคสดและตลาดเพื่อสุขภาพ จึงเป็นพืชที่น่าจะปลูกเป็นอย่างยิ่ง ใครสนใจจะปลูกก็สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทั้งเรื่องการปลูก ตลาดและต้นพันธุ์

ไร่ชมจันทร์ 27/1 ม.5 ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี โทร.081-0188542

 

Rakkaset Nungruethail  รักษ์เกษตร 

 

ช่วยกดแชร์ด้วยนะคะ







Copyright 2014 S.P. HARDWARE IMPORT EXPORT Co.,Ltd. All rights reserved.